หนุ่มนักดนตรีป่วย โควิด-19 เสียชีวิตแล้วรายแรกของมหาสารคาม

เมื่อแฟนเพจ สนง.สาธารณสุข จังหวัด มหาสารคาม ได้มีการรายงานข่าวว่า กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรค โควิด-19 (COVID-19) จังหวัดมหาสารคาม ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2563 เวลา 16.00 น. (รายงานส่งกระทรวงสาธารณสุข)

         ได้รายงานการเสียชีวิตของผู้ป่วย โควิด-19 รายแรก จังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 48 ปี อาชีพนักดนตรี ทำงานที่กรุงเทพฯ โดยมีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน ไวรัสตับอักเสบบี มะเร็งลำไส้ ได้รับการผ่าตัด และเคมีบำบัดครบ

         โดยที่ก่อนหน้านี้นั้นได้รักษาโรคประจำตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ มารักษาด้วยอาการปวดท้อง ไข้ ไอ หายใจหอบ

และได้รักษาที่ตึกเฉพาะโรค ของโรงพยาบาลมหาสารคามตั้งแต่วันที่ 25 ถึง 30 มีนาคม 2563

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมียนมา ปิดสนามบินทั่วประเทศ 14 วันหลังยอดติดเชื้อพุ่ง 10ราย

เมื่อผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า สถานีวิทยุและโทรทัศน์ เมียนมา รับชมได้ที่ชายแดนแม่สอด โดยมีข่าวด่วนทางการ เมียนมา สั่งให้ปิดสนามบินทั่วประเทศ

เพื่อที่จะตัดการเชื่อมต่อทั้งระหว่างประเทศ และในประเทศในระยะ 14 วัน โดยที่ได้เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 13 เมษายน 2563 นี้

ทั้งนี้ สาเหตุหลักๆมาจาก กระทรวงสาธารณสุขเมียนมา ได้ออกมาแถลงผ่านสื่อ รายงานผู้ป่วยโรค โควิด-19 เพิ่ม 2 ราย ในย่างกุ้ง รวมเป็น 10 ราย ภายใน 1 สัปดาห์ และ 1 ในนั้นเป็นแรงงานเมียนมา ที่เพิ่งจะเดินทางกลับมาจากประเทศไทย ช่องทาง จ.เมียวดี ตรงข้ามแม่สอด จ.ตาก

ทางการเมียนมานั้นได้ ระบุอีกว่า เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ ที่ได้ระบุว่า เชื้อโควิดนั้นมีการติดต่อจากเคสที่ 5 ซึ่งเป็นแรงงานเมียนมา ทำงานที่มหาชัย เดินทางกลับจากชายแดนไทยเข้าเมียนมา เมื่อวันที่ 23 มีนาคม

ทั้งนี้ได้มีรายงานว่ามียอดติดเชื้อไวรัสโรค โควิด-19 รวม 10 คน แบ่งเป็นกรุงย่างกุ้ง 7 คน มัณฑะเลย์ 2 คน และรัฐชิน 1 คน.

สถานการณ์ตึงเครียด ทหาร-ตำรวจ อาวุธครบมือเข้าคุมเรือนจำบุรีรัมย์

จากเหตุการณ์ที่ นักโทษ ได้ก่อจลาจลในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 29 มี.ค. มีไฟไหม้บ้านพักผู้คุม โดยมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นเป็นระยะ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าระงับเหตุ เบื้องต้นนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีนักโทษหลบหนีไปกี่คน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.45 น. ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า สถานการณ์ได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยล่าสุดนั้นมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นเป็นระยะ ซึ่งมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาอีก คาดว่าน่าจะเป็น บริเวณสนามใกล้โรงฝึกอาชีพ รวมถึงได้มีการขว้างปาสิ่งของออกมาจากในเรือนจำ

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ทหาร จากมณฑลทหารบกที่ 26 จำนวน 54 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล, สห.อาวุธครบมือ เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบเรือนจำ และบางส่วนนั้นได้กระจายโดยรอบ

ทั้งนี้ได้มีรายงานว่า ซึ่งเบื้องต้น มีนักโทษได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ยังได้เข้าทำการตัดไฟเรือนจำแล้ว ขณะที่พบว่า มีพื้นที่บางส่วนของเรือนนอนชาย โรงอาหาร และโรงฝึกแรงงาน ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้

 

 

 

 

 

 

พ่อหลับ หนูน้อยวัย 1 ปีเศษตกอ่างน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาเสียชีวิต

เมื่อเวลา 16.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่ามีเด็ก จมน้ำ ที่บ้านคำขาม ม.1 ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ หลังได้รับแจ้งจึงได้เร่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้ประสานไปยังหน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมจุดหนองกุงศรีเข้าให้การช่วยเหลือ

โดยที่เกิดเหตุนั้นอยู่บ้าน พบเด็กหญิงวัย 1 ปี 4 เดือน นอนหมดสติ อยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้กับอ่างบัวที่มีน้ำอยู่เต็มใช้เลี้ยงปลาหางนกยูง โดยที่มี นายเชาวลิตร อายุ 31 ปี ผู้เป็นพ่อ และญาติๆ โอบกอดร่างเด็กไว้

และได้พยายามปั๊มหัวใจ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมได้ทำการพยาบาลเบื้องต้น และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองกุงศรี แต่หนูน้อยนั้นก็ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้จากการสอบถามญาติ เบื้องต้นก็ทราบว่า เด็กหญิงวัย 1 ปี 4 เดือน พ่อแม่แยกทางกัน โดยอาศัยอยู่กับพ่อ ก่อนที่จะเกิดเหตุผู้เป็นพ่อเผลอนอนหลับในบ้านประมาณ 30 นาที แต่ก็ได้ล็อกประตูไว้แล้ว แต่เด็กอาจจะปลดล็อกประตู แล้วเดินออกมาเล่นที่บริเวณอ่างบัวเลี้ยงปลาหางนกยูงหน้าบ้าน ซึ่งได้มีน้ำอยู่เต็มอ่าง

ซึ่งเด็กอาจจะเล่นและเกิดพลัดตกศีรษะจุ่มลงไปในอ่าง และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก่อนที่พ่อนั้นจะตื่นขึ้นมาพบว่าลูกสาวศีรษะจมลงไปในอ่าง ขาชี้ฟ้า ขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานจนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้ญาติเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศล และจะทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งถึงสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

 

เริ่มดำเนินการแล้ว ตามประกาศพ.ร.ก. ด่านคัดกรอง โควิด-19

วันที่ 26 มี.ค. เมื่อเวลา 09.30 น. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ภายในจุดตรวจร่วมตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ ด่านคัดกรองบริเวณหน้าปั๊ม ปตท.ถนนพระราม 2 ซอย 92 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

ทั้งนี้ วันแรกของการปฏิบัติงานนั้น ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้มีการสาธิตวิธีการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด แนะนำวิธีการป้องกัน และรักษาระยะห่างเมื่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านจำเป็นต้องพูดคุยซักประวัติและมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน

         ยังไงก็ตาม ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ จุดนี้อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดบ้าง เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งสาธารณะหลัก
         และมีรถบรรทุกแล่นผ่านจำนวนมากตลอดทั้งวัน ทางเจ้าหน้าที่จึงฝากประชาสัมพันธ์ขอให้ผู้ขับขี่ ขับขี่ด้วยความระมัดระวังให้ความร่วมมือในการขอทำการตรวจวัดไข้และซักประวัติเพื่อความรวดเร็วในการทำงานของทุกฝ่าย

ชลบุรี สั่งปิด เกาะล้าน-สีชัง หลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19

25 มีนาคม นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ชลบุรี โดยที่ได้แจ้งสถานการณ์การระบาดไวรัส โควิด-19 ซึ่งพบว่า ผู้ติดเชื้อนั้นยังเป็นกลุ่มสนามมวย กลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ กลุ่มที่เที่ยวผับจากกรุงเทพมหานคร และกลุ่มครอบครัวของสนามมวย

ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีมีจำนวนผู้ป่วยสะสมติดเชื้อไวรัส โควิด-19 อยู่ที่ 38 ราย โดยระหว่างวันที่ 24- 25 มีนาคม ได้พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 8 รายด้วยกัน และได้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสมจำนวน 693 ราย ในจำนวนนี้ ยังรอผลการตรวจหาเชื้อไวรัสอยู่ 75 รายด้วยกัน

ทางคณะกรรมการยังได้ทบทวนมาตรการปิดพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เพิ่มเติม และได้มีมติให้ ปิดห้างสรรพสินค้า ยกเว้น โซนซูเปอร์มาร์เกต ร้านขายยา ร้านอาหาร ให้ขายเฉพาะแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้น รวมทั้งปิดเกาะสีชัง และเกาะล้าน โดยที่ไม่อนุญาตให้เรือนำนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ ปิดสวนสาธารณะ ปิดคลับเฮ้าส์ในสนามกอล์ฟ

พร้อมกันนี้ นายภัครธรณ์ ยังได้มีการสั่งห้ามไม่ให้หัวหน้าส่วนราชการเดินทางออกนอกพื้นที่ และให้ทหาร ตำรวจ ปกครอง จัดตั้งด่านคัดกรองจุดต่างๆ

ในส่วนราชการบางหน่วยนั้นจะปิดให้บริการในบางภารกิจ เช่น สำนักงานที่ดิน สำนักงานขนส่ง สำนักงานประกันสังคม และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยที่จะมีการทำหนังสือแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมภายหลัง โดยจะมีผลตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

ตำรวจสวมชุดเต็มยศ ซ้อมแผนจับคนต้องสงสัยติดเชื้อ โควิด-19

เมื่อเฟซบุ๊ก สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการแพร่ภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ซ้อมการจับกุม ในกรณีที่ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ โควิด-19 ที่ไม่ให้ความร่วมมือ

         โดยที่เจ้าหน้าที่ทุกคนนั้นจะสวมชุดป้องกัน และได้ใช้อุปกรณ์ พันธนาการแบบเพิ่มระยะห่างกับผู้ถูกจับกุม เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยที่อุปกรณ์นั้นใช้เพียงการจับกุมเท่านั้น มิใช่การทำร้ายให้บาดเจ็บแต่อย่างใด
         อย่างไรก็ตาม ขออย่าบิดบังข้อมูลหากตนเสี่ยงหรือติดเชื้อ เพื่อเป็นการป้องกันแพทย์พยาบาล จากการติดเชื้อ โควิด-19

เด็ก7ขวบ ดับปริศนา พ่อเลี้ยงหนุ่มวัยโจ๋เปิดปากรับทุบตีเด็ก

จากเหตุสะเทือนใจ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ ได้ ดับปริศนา สภาพศพตัวแข็งเกร็ง มีเลือดออกที่ดวงตาขวา ในปากนั้นมีร่องรอยฉีกขาด แขนขวามีรอยถูกกัด เนื้อตัวเขียวช้ำหลายแห่ง อาทิ บริเวณอวัยวะเพศ แผ่นหลัง และหน้าแข้งซ้าย

หลังจากผู้เป็นแม่กลับจากทำงานมาถึงห้องเช่า พบว่าลูกหมดสติปลุกไม่ตื่น ที่สำคัญมีรอยฟกช้ำไปทั่วร่างกาย จึงได้รีบนำร่างมาส่งที่โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ซึ่งจากการวินิจฉัยของแพทย์

ในเบื้องต้นนั้น เชื่อว่าเด็กเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในห้องพักแล้ว ขณะที่ตำรวจได้เร่งตามหาพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องสงสัยวัย 21 ปี ที่หายตัวไปกลางดึก ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

         เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้ควบคุมตัว นายวรพงศ์ สุคนธทรัพย์ อายุ 21 ปี พ่อเลี้ยง ไปชี้จุดที่เกิดเหตุที่หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเพชรหึง 12 ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
         โดยเบื้องต้นทาง พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล ผกก.สภ.พระประแดง ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพ่อเลี้ยงโหดรายนี้ ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยใช้กำลังทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตี และได้บีบคอเด็กเป็นช่วงๆ เพราะรำคาญที่เด็กไอเสียงดัง เนื่องจากเด็กป่วย เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต ทั้งนี้ยังต้องรอผลชันสูตรพลิกศพ หากพบว่าเป็นเจตนาจะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง.

สถานีขนส่ง นครพนม แรงงานต่างด้าวแน่น ทยอยกลับจาก กทม.

ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า ที่ จังหวัด นครพนม ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมานี้ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลเมืองนครพนม ได้มีบรรดาประชาชนที่ไปทำงานต่างจังหวัด รวมถึงแรงงานต่างด้าวทั้งลาวและเวียดนาม ยังคงทยอยเดินทางกลับจาก กรุงเทพมหานคร

หลังสถานประกอบการใน กทม. มีการปิดกิจการชั่วคราว อีกทั้งบางกลุ่มนั้นยังเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรค โควิด-19 ระบาด จึงถือโอกาสกลับมาพักผ่อนที่บ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าจะทยอยเดินทางกลับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางจังหวัดนครพนม ได้มีการประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทีมตรวจสอบคัดกรอง เพื่อเข้ามาตรวจสอบดูแล คัดกรองโรค และขอความร่วมมือ

สำหรับประชาชนที่กลับมาจาก กทม. และจะกลับมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังกักตังเองดูอาการระยะเวลา 14 วัน เพื่อที่จะป้องกันการแพร่ระบาด นอกจากนี้ในส่วนของ ขนส่งจังหวัดนครพนม ได้มีการเตรียมพร้อมจัดเสริม รถขนส่งเพิ่มเที่ยวรถ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของแรงงานต่างด้าว ชาวลาวและเวียดนาม ที่จะเดินทางข้ามไปยังด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 นครพนม–คำม่วน

โดยล่าสุดวันนี้ ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม นั้นยังคงอนุญาตให้แรงงานต่างด้าว ชาวลาวและเวียดนาม ข้ามไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งก่อนนี้ได้เคยมีประกาศสั่งปิดตั้งแต่ 4 ทุ่ม ที่ผ่านมา งดการเข้าออก แต่มีปัญหาเนื่องจากแรงงานต่างด้าวนั้นทะลักมาจาก กทม.จึงต้องมีการอนุญาตให้ข้ามแดนกลับประเทศ เพื่อลดปัญหาตกค้าง แต่มีการเข้มงวดคัดกรองต่อเนื่อง แต่มีการอนุญาตให้ข้ามเฉพาะแรงงานที่ตกค้างเท่านั้น ส่วนประชาชน นักท่องเที่ยวทั่วไป งดการเดินทาง

ในขณะเดียวกันพบว่า แรงงานต่างด้าว ทั้งลาวและเวียดนาม ที่ได้มีการเดินทางกลับมาจาก กทม. ต่างพากันตื่นตัว แห่ซื้ออาหารแห้ง ประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปกักตุนไว้กินเป็นอาหาร เนื่องจากในช่วงนี้จะไม่สามารถเดินทางข้ามไปมาระหว่างประเทศได้ หลังฝั่งไทยมีการเข้มงวด พร้อมประกาศปิดด่านชายแดนไม่มีกำหนด จึงต้องพยายามหาทางซื้ออาหารแห้งกลับไปให้มากที่สุด

อินเดีย เคอร์ฟิวทั่วประเทศเป็นเวลา14ชั่วโมงหลังป่วยโควิดเพิ่ม

สำนักข่าว รอยเตอร์ ได้รายงานว่า อินเดีย เข้าสู่เคอร์ฟิว เป็นระยะเวลา 14 ชั่วโมง โดยที่ก่อนหน้านี้ นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย ได้มีการประกาศให้พลเมืองอินเดียนั้นเก็บตัวในที่พักอาศัย ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอินเดีย เพื่อที่จะป้องกันการระบาดของโรค โควิด-19

ส่วนเมืองในรัฐคุชราต ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบ้านพักนายโมดี ได้มีการประกาศปิดเมืองไปจนถึงวันที่ 25 มี.ค.

ขณะที่รัฐที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงอย่างรัฐราชสถาน ได้ประกาศปิดไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. นอกจากนี้รัฐทางฝั่งตะวันออก และตอนกลางของอินเดียได้ระงับการให้บริการรถบัสระหว่างรัฐเพื่อที่จะป้องกันการเคลื่อนย้ายของประชาชน

โดยแต่ละรัฐนั้นได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด รวมทั้งรถไฟ และรถบัส พร้อมทั้งได้ยกเลิกงานเลี้ยงสังสรรค์ส่วนตัว, งานแต่งงาน และการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยที่ทางการนั้นได้เพิ่มการผลิตหน้ากากอนามัยโดยให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย หันมาผลิตเจลล้างทำความสะอาดแทน ซึ่งเบื้องต้นอินเดียพบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 315 ราย และผู้เสียชีวิต 4 ศพ