สถานการณ์ตึงเครียด ทหาร-ตำรวจ อาวุธครบมือเข้าคุมเรือนจำบุรีรัมย์

จากเหตุการณ์ที่ นักโทษ ได้ก่อจลาจลในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 29 มี.ค. มีไฟไหม้บ้านพักผู้คุม โดยมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นเป็นระยะ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าระงับเหตุ เบื้องต้นนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีนักโทษหลบหนีไปกี่คน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.45 น. ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า สถานการณ์ได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยล่าสุดนั้นมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นเป็นระยะ ซึ่งมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาอีก คาดว่าน่าจะเป็น บริเวณสนามใกล้โรงฝึกอาชีพ รวมถึงได้มีการขว้างปาสิ่งของออกมาจากในเรือนจำ

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ทหาร จากมณฑลทหารบกที่ 26 จำนวน 54 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล, สห.อาวุธครบมือ เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบเรือนจำ และบางส่วนนั้นได้กระจายโดยรอบ

ทั้งนี้ได้มีรายงานว่า ซึ่งเบื้องต้น มีนักโทษได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ยังได้เข้าทำการตัดไฟเรือนจำแล้ว ขณะที่พบว่า มีพื้นที่บางส่วนของเรือนนอนชาย โรงอาหาร และโรงฝึกแรงงาน ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้

 

 

 

 

 

 

เริ่มดำเนินการแล้ว ตามประกาศพ.ร.ก. ด่านคัดกรอง โควิด-19

วันที่ 26 มี.ค. เมื่อเวลา 09.30 น. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ภายในจุดตรวจร่วมตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ ด่านคัดกรองบริเวณหน้าปั๊ม ปตท.ถนนพระราม 2 ซอย 92 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

ทั้งนี้ วันแรกของการปฏิบัติงานนั้น ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้มีการสาธิตวิธีการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด แนะนำวิธีการป้องกัน และรักษาระยะห่างเมื่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านจำเป็นต้องพูดคุยซักประวัติและมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน

         ยังไงก็ตาม ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ จุดนี้อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดบ้าง เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งสาธารณะหลัก
         และมีรถบรรทุกแล่นผ่านจำนวนมากตลอดทั้งวัน ทางเจ้าหน้าที่จึงฝากประชาสัมพันธ์ขอให้ผู้ขับขี่ ขับขี่ด้วยความระมัดระวังให้ความร่วมมือในการขอทำการตรวจวัดไข้และซักประวัติเพื่อความรวดเร็วในการทำงานของทุกฝ่าย

เด็ก7ขวบ ดับปริศนา พ่อเลี้ยงหนุ่มวัยโจ๋เปิดปากรับทุบตีเด็ก

จากเหตุสะเทือนใจ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ ได้ ดับปริศนา สภาพศพตัวแข็งเกร็ง มีเลือดออกที่ดวงตาขวา ในปากนั้นมีร่องรอยฉีกขาด แขนขวามีรอยถูกกัด เนื้อตัวเขียวช้ำหลายแห่ง อาทิ บริเวณอวัยวะเพศ แผ่นหลัง และหน้าแข้งซ้าย

หลังจากผู้เป็นแม่กลับจากทำงานมาถึงห้องเช่า พบว่าลูกหมดสติปลุกไม่ตื่น ที่สำคัญมีรอยฟกช้ำไปทั่วร่างกาย จึงได้รีบนำร่างมาส่งที่โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ซึ่งจากการวินิจฉัยของแพทย์

ในเบื้องต้นนั้น เชื่อว่าเด็กเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในห้องพักแล้ว ขณะที่ตำรวจได้เร่งตามหาพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องสงสัยวัย 21 ปี ที่หายตัวไปกลางดึก ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

         เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้ควบคุมตัว นายวรพงศ์ สุคนธทรัพย์ อายุ 21 ปี พ่อเลี้ยง ไปชี้จุดที่เกิดเหตุที่หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเพชรหึง 12 ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
         โดยเบื้องต้นทาง พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล ผกก.สภ.พระประแดง ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพ่อเลี้ยงโหดรายนี้ ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยใช้กำลังทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตี และได้บีบคอเด็กเป็นช่วงๆ เพราะรำคาญที่เด็กไอเสียงดัง เนื่องจากเด็กป่วย เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต ทั้งนี้ยังต้องรอผลชันสูตรพลิกศพ หากพบว่าเป็นเจตนาจะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง.